กู้วาด้าแบนไทย เหตุการณ์ที่ทำให้ไทย โดนเรียกไปประจาน ต่อวงการกีฬาโลก

กู้วาด้าแบนไทย เพราะประเทศไทย ไม่ทำตามกฏข้อบังคับ การใช้สารกระตุ้น

!!

กู้วาด้าแบนไทย จากข่าวสุดช็อก เรื่องที่ประเทศไทยโดน วาด้า หรือ องค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก สั่งแบนลงโทษ ประเทศไทยโดยที่ ประเทศไทยนั้น ห้ามใช้ธงชาติไทย ในการร่วมแข่งขัน กีฬาระดับนานาชาติ และห้ามจัดการแข่งขัน กีฬาระดับนานาชาติ นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม เป็นระยะเวลา 1 ปี !!

เหตุการณ์ดังกล่าว วาด้าได้แถลงผ่านทาง สำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุเอาไว้ว่า ชาติที่ไม่ได้รับการรับรอง ได้แก่ เกาหลีเหนือ, อินโดนีเซีย และประเทศไทย

ส่วนสาเหตุที่ ประเทศไทยถูกแบน เพราะไม่ทำตามกฏข้อบังคับ ของทางวาด้า ที่ได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้อง กับในส่วนของ มาตรฐานการตรวจหารสารกระตุ้น หรือต้องห้ามของ การกีฬาแห่งประเทศไทย

ทางด้านอินโดนีเซีย และเกาหลีเหนือ ถูกแบนเพราะว่า ศูนย์ตรวจหาสารต้องห้ามในประเทศ ไม่มีอุปกรณ์ และเครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผลถึง 1 ปี กระทบต่อการ ขอเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬา ในระดับนานาชาติ ทั้งระดับภูมิภาค ทวีป หรือระดับโลก

กู้วาด้าแบนไทย

กู้วาด้าแบนไทย วาด้าเคยสั่งแบนประเทศอื่น มาก่อนหรือไม่ !!

กรณีแบบนี้ เคยเกิดขึ้นกับ นักกีฬาของ ทีมชาติรัสเซีย ที่โดนวาด้า ( WADA ) แบนห้ามใช้ธงชาติ จนต้องใช้ธง ROC หรือคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย ที่มาจากตัวย่อของ Russian Olympic Committee

เพื่อใช้ในการแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ อย่างโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น หรือการเตะฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกหลังจากที่องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก สั่งแบนรัสเซีย เข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์

ไทยจะใช้ธงใด ในการแข่งขันกีฬา ?

ที่ประเทศไทยโดนแบน ไม่ได้เป็นแค่ ในเรื่องของศักดิ์ศรี เรื่องความสง่างาม อีกทั้งภาพลักษณ์ ที่สายตาชาวโลก จะมองมาที่ ทัพนักกีฬาไทย จะถูกด้อยค่าลงไป และส่งผลถึงสภาพจิตใจ ของตัวนักกีฬาเอง ก็จะลดลงไปด้วย

ถึงแม้นักกีฬา จะสามารถเข้าแข่งขันได้ แต่ในทุกทัวร์นาเมนต์ จะไม่สามารถ ติดธงชาติไทย ที่หน้าอกเสื้อ รวมถึงการเชิญธงชาติไทย หากมีแข่งขัน อาจจะต้องใช้ ธง TOC ( Thailand Olympic Committee ) จนกว่าเราจะ ทำตามที่วาด้าเรียกร้อง ได้สำเร็จลุล่วง จนพ้นจากการแบน

กู้วาด้าแบนไทย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ไทยเรา เหมือนโดนเรียกไปประจาน ต่อสาธารณะ วงการกีฬาโลก

ปัญหาดังกล่าว เริ่มมีกลิ่นโชยมา ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ที่ทางเราได้รับ หนังสือส่งมาเตือน ลงนามโดย วิโทลด์ บันก้า ประธานวาด้าคนปัจจุบัน ระบุไว้ว่า วาด้าได้ทำการตรวจสอบ พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ของประเทศไทยแล้ว

พบว่าในบางมาตรา ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานสากล ต่างออกไปจาก ประมวลกฎการต่อต้าน การใช้สารต้องห้ามโลก ฉบับล่าสุด ปี ค.ศ.2021 อีกทั้งยังขีดเส้นตาย เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ประเทศไทย ทำการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวข้างต้น

เรื่องที่ 2 ไทยต้องแก้ไข เรื่องบทลงโทษ ยังเบาเกินไป สำหรับตัวนักกีฬา หรือบุคลากร ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน และส่งเสริม ให้นักกีฬา ใช้สารต้องห้าม

และที่สำคัญ เรื่องที่ 3 ก็คือ ไทยต้องยอมให้ หน่วยงานที่วาด้ารับรอง เช่น สำนักงานควบคุม การใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬา ที่บริหารงาน เป็นอิสระ เข้ามาดำเนินการ ในการเก็บตัวอย่างสารต้องห้าม

แนวทางแก้ปัญหา ของทางประเทศไทย คือ..

ในทางปฏิบัติ กระบวนการไข พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น ต้องใช้ระยะเวลา ยาวนานพอสมควร กว่าจะแล้วเสร็จ อาจจะล่วงเลย 1 – 2 ปี ทำให้การกีฬาไทย เลือกใช้วิธีเจรจา เพื่อขอชี้แจง ต่อวาด้ามาตลอด ตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นมา เพราะไทยเกือบจะ กอดคอกับรัสเซีย แต่ชิงเอาเอาตัวรอดมาได้ อย่างปาฏิหาริย์

แต่พอจบศึกจาก โตเกียวเกมส์ ไทยก็ลงดาบ ประกาศโทษแบนทันที !! กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าเรา ไม่ได้ดำเนินการ กกท. พร้อมด้วยกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เร่งขอความห็นชอบจาก ครม. เรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ฯ

มติ ครม.รับทราบว่าประเทศไทย อยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งหากแก้ไข กฎหมายล่าช้า จะทำให้กระทบ ต่อวงการกีฬาของประเทศ และภาพลักษณ์ของไทย ต่อนานาประเทศ รวมทั้งอาจสูญเสีย มูลค่าทรัพย์สิน ทางเศรษฐกิจ เป็นจำนวนมาก ไทยจะไม่สามารถ ส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขัน หรือเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬา ระดับนานาชาติได้ จึงสมควรแก้ไขกฎหมาย ภายใน 3 – 4 เดือน

ซึ่งหากไทยแก้ไข ล่าช้าเกินไป จะเลือกใช้วิธี ปรับใช้เป็น พ.ร.ก. ซึ่งสามารถทำได้ทันที ผลเสียของไทย  จะเสียหายน้อยกว่า โดยทุกฝ่ายหวังว่า ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 เราจะได้รับ “การปลดโทษแบน” กอบกู้ศักดิ์ศรี ของวงการกีฬา ของประเทศไทย ต่อสายตาชาวโลก ให้กลับคืนมาได้

กู้วาด้าแบนไทย

กกท. กับศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้าม ในนักกีฬา มหาลัยมหิดล ที่ผ่านมาอาจไม่สอดรับ ใกล้ชิดกันเท่าที่ควรจะเป็น

ช่วงก่อนแข่งขัน ระหว่างแข่งขันและหลังแข่งขัน กกท. มีหน้าที่ส่งคน ไปเก็บตัวอย่าง ปัสสาวะ และเลือด ของนักกีฬา เพื่อส่งตัวอย่างดังกล่าว ไปตรวจยังศูนย์ฯ ที่ ม.มหิดล หากตรวจพบว่า นักกีฬาคนไหน ใช้สารกระตุ้น จะต้องรายงาน ตรงไปที่วาด้า เพื่อประกาศโทษแบน

แต่ทางวาด้า เคลือบแคลงสงสัย การทำงานของภาครัฐ ทำให้อาจเกิดปัญหาการละเลย ช่วยเหลือนักกีฬา ที่ใช้สารกระตุ้น จึงเป็นที่มา ที่ต้องการให้ หน่วยงานที่เขารับรอง ไม่ขึ้นตรงกับภาครัฐ ของทุกประเทศ และให้บริหารงานแบบอิสระ

การวิกฤตจาก วาด้าแบนไทย ในครั้งนี้ จะเป็นการกู้ศักดิ์ศรี วงการกีฬาเมืองไทย ต่อสายตาชาวโลก

  1. ไทยต้องเร่งแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ให้โดนใจวาด้า
  2. ไทยต้องแยกสำนักงานควบคุม การใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬา ไม่ให้ขึ้นตรงต่อ กกท. อีกต่อไป ( โดยเร็วที่สุด )
  3. สิ่งที่ต้องทำ ควบคู่ไปพร้อมกับ กระบวนการดังกล่าว ก็คือ การพาตัวใหญ่ ๆ วงการกีฬาเมืองไทย บินด่วนไปเจรจา หาทางออกร่วมกับวาด้า อย่างจริงจัง เพื่อยืนยันว่า เราไม่นิ่งนอนใจ พร้อมรับทราบความต้องการ ที่แท้จริงของวาด้า

เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี วงการกีฬาไทย ให้กลับคืนมา เพื่อนักกีฬาไทย จะได้ภาคภูมิใจกับ “ธงไตรรงค์” บนหน้าอกเสื้อ เมื่อไปทำหน้าที่ ในฐานะตัวแทนคนไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *